สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร


กระบวนการคิด

ในทุกๆวันคนเรามักจะใช้ความคิด ในการทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ความคิดที่เรากำลังพัฒนา เป็นการพัฒนาหัวสองทั้งด้านซ้ายและขาว ในส่วนของ เหตุผล และ จินตนาการ ดังนั้น การทำกิจกรรมพัฒนาความคิดในชุดนี้ จะเน้นทางด้านการใช้เหตุผล การใช้จินตนาการ เพื่อสร้างสรรงานที่ทำให้มีคุณค่า และ ปรับปรุงงานที่ทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรอบความคิดทั้ง 4

กรอบความคิดในการพัฒนาระบบงาน และ องค์กรนั้นมีด้วยกัน 4 อย่างคือ

1. Positive Thinking ความคิดในเชิงบวก
เป็นความคิดเพื่อในแง่ดี มองในแง่มุมของความเป็นไปได้ ให้กำลังใจกับตนเอง และ ผู้อื่น ซึ่งเป็นความคิดพื่นฐานของความคิดที่ดีๆทั้งหมด เช่น คิดว่าจะทำอย่างไรให้แผนกทำงานได้ปริมาณ และ คุณภาพ มากที่สุดในเวลาเท่าเดิม หรือ คิดว่า เราจะทำอย่างไรดีที่จะทำให้งานที่บริการลูกค้าแล้ว ลูกค้าพึงพอใจอย่างมาก จากการบริการของเรา เป็นต้น

2. Creative Thinking ความคิดสร้างสรร
เป็นความคิดประยุกต์ จากประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ รวมทั้ง การปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น มีประโยชน์มากขึ้น อย่างเช่น คิดถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสามารถขายให้กับลูกค้าได้ คิดถึงการสร้างงานในแขนงใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ลูกค้ามีข้อมูลในการใช้งานมากยิ่งขึ้น อาจจะคิดถึงการรายงานในรูปแบบใหม่ เพื่อให้ข้อมูลกับหัวหน้างานได้ดีขึ้น เป็นต้น

3. Lateral Thinking ความคิดนอกกรอบ
เป็นความคิด นอกกรอบ หรือ บางทีบางคนใช้ทางด้าน จรรยาบรรณ ศิลธรรม หรือ ความจงรักภักดีในหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้พนักงานมีความคิดลักษณะนี้ เพื่อทำให้องค์กรแข็งแรง อย่างเช่น การทำให้พนักงานตระหนักถึง ความปลอดภัยของข้อมูล ความลับของบริษัทฯห้ามเปิดเผย การสร้าง Royalty กับบริษัทฯ การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงาน และ หัวหน้างาน ทำให้พนักงานตัดสินใจยากในการออกจากบริษัทฯเรา

4.Strategic Thinking ความคิดเชิกลยุทธ์
เป็นความคิดในการมองรอบด้าน การพัฒนา และ การวางแผนเพื่อให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นแนวความคิดทั้งเหตุ และ ผล รวมรวมกัน ตัวอย่างเช่น หากพนักงานของเรามีความคิดเชิงกลยุทธ์ ก็จะมองออกว่า ในอุตสาหกรรมของลูกค้าเรา เขาใช้กลยุทธ์ใดกันบ้าง และ เขาต้องการให้เราบริการงานของเขาทางด้านใด เราก็จะสามารถทำได้ถูกต้อง ตรงใจ ตรงความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

ทั้งนี้และทั้งนั้น การมีเพียงความคิด ไม่ได้บ่งบอกถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น การมีความคิดดี ต้องประกอบด้วยการลงมือทำให้เกิดขึ้นดัวย ดังนั้น ทุกๆหัวข้อจึงเน้นให้ทุกคนแสดงแนวความคิดที่สามารถนำไปใช้งานได้ พูด สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจถึงแนวความคิดที่คิดได้ และ ลงมือทำ ลงมือคิด เพื่อเปลี่ยนความคิดพัฒนาบริษํทฯ ให้เป็นรูปธรรมขึ้น ซึ่งแนวความคิดโดยรวมยังประกอบด้วย 5 หลักใหญ่ๆคือ

1. สร้างการเรียนรู้ หรือ ทำให้เกิดการเรียนรู้ จะเห็นว่าองค์กรขนาดใหญ่จะเน้นเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้จะทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง คุณภาพมากขึ้น สามารถมีแนวทางในการคิดเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น.

2. พัฒนาความคิด ส่งเสริมความคิดต่างๆ มีองค์กรหัวก้าวหน้า จะเริ่มสร้างองค์กรแห่งความคิด เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้ช่วยกันคิด ยึดหลักการณ์ว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว แต่เราเลือกคนที่มีความสามารถและทุ่มเทให้กับบริษัทฯได้ยาก ยิ่งจะหาคนใหม่ๆเข้ามายิ่งยาก ดังนั้น การสร้างคนที่มีอยู่ให้มีความคิดความเข้าใจในแนวทางการปรับปรุงแผนก หรือ ระบบงาน จะได้คุณภาพที่มากกว่า และ เร็วกว่า การสอนให้คนเก่งที่ไม่เคยเรียนรู้งานหรือ ไม่เข้าใจระบบงานของบริษัทฯ มาปรับปรุงงานในแบบเดียวกัน

3. การปฏิบัติงานให้ได้คุณภาพ ทำในสิ่งที่คิดให้เป็นรูปธรรม ทำให้เกิดผลขึ้นจะใช้ยุทธวิธีใดๆเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ส่งเสริมการทำงานอย่างมีคุณภาพและปริมาณ ในเวลาที่จำกัด

4. การสื่อสาร ไม่ว่า พูด หรือ เขียน ไม่ว่าทางใดก็ตามในผลงานที่เราทำขึ้น สร้างขึ้น คิดขึ้น หรือ งานที่ทำ ให้กับหัวหน้างาน ให้กับเจ้านายรับรู้ ให้กับลูกค้ารับรู้ เพื่อให้เขาได้รับทราบ ถึงความก้าวหน้าของงานที่ทำ ซึ่งจะเป็นตัวส่งให้เกิดประสบความสำเร็จได้อย่างมาก

5. การสรุป และ ประเมิณผลงานของตน ประเมิณความพึงพอใจของลูกค้าว่าเป็นอย่างไร ต้องประเมิณบ่อยๆ เพื่อให้รู้ว่าตนเองอยู่ในตำแหน่งใดด้วย…

ดังนั้น ความคิดเป็นเพียงองค์ประกอบเดียวของความสำเร็จ แต่ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ สำหรับองค์กรที่ต้องการความก้าวหน้า…

ตัวอย่างการคิดเชิงกลยุทธ์

ต้นไม้เชิงกลยุทธ์

หากต้องการตัดกิ่งของต้นไม้ จะเห็นว่าทุกกิ่ง ก็เหมือนกันหมด แต่หากแต่ละกิ่ง มีผลไม้ ในจำนวนไม่เท่ากัน การตัดกิ่งที่มีผลน้อยกว่า จะทำให้เราสูญเสียน้อยลง และในกรณีเดียวกัน หากเราเพียงไม่ต้องการให้กิ่งไม้ไปชนสายไฟ เราก็ต้องตัดกิ่งที่จะมีแนวโน้มที่จะไปโดนเสาไฟ หรือ หากคุณต้องการตัดกิ่งเพื่อสวยงาม ก็ต้องเลือกตัดกิ่งที่ดุแล้วมันจะทำให้รูปลักษณ์ของต้นไม่เสียไป จะเห็นว่า เพียงแค่การตัดกิ่งไม้ ก็จะมีแนวทางในการเลือกมากมาย แต่ถ้าตัดทั้งลำต้น ต้นไม้ก็จะตาย ยกเว้นต้นไม้บางประเภทที่สามารถขึ้นต้น กิ่งก้านใหม่ได้ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะคิดทำอะไร เป้าหมายที่คุณต้องการไปให้ถึง นั่นเป็นสิ่งสำคัญในความคิดเพื่อให้ไปถึง ณ จุดนั้น ย้อนกลับเปรียบ เทียบกับการทำงาน หากคุณต้องสูญเสีย เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างดี ก็ต้องเลือกตัดกิ่งที่คิดว่าจะไม่กระทบกับเป้าหมายมากที่สุด นั่นก็เป็นการคิดเชิงกลยุทธ์ อีกทางหนึ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: